ในการถ่ายภาพยนต์หรือวิดีโอนั้น แต่ละฉากจะประกอบด้วยหลายๆช็อต การผสมมุมกล้องหลายๆแบบ สามารถบอกเล่าเรื่องราวได้ดีที่สุด (ด้วยการแสดงอารมณ์หรือรายละเอียดที่น่าสนใจ) กรดึงหลายๆช็อตมารวมกันก็จะทำให้คุณควบคุมเส้นทางที่จะพาไปสู่สิ่งที่เกิดขึ้นในวิดีโอได้โดยผ่านการตัดต่อ และมุมกล้องที่แตกต่างสามารถใช้เพื่อปกปิดจุดผิดพลาดหรือย่อการสัมภาษณ์ที่ยาวๆให้สั้นลงได้ด้วย รูปแบบของภาพในช็อตต่างๆนั้นมีชื่อเรียกเฉพาะสำหรับแวดวงการถ่ายวิดีโอด้วย เพื่อช่วยให้ทีมงานสามารถสื่อสารกันได้อย่างสะดวก เนื่องจากเราไม่สามารถครอปวิดีโอได้เหมือนภาพนิ่ง ดังนั้นจึงควรถ่ายแต่ละช็อตอย่างพิถีพิถันที่สุด และเวลาที่จะถ่ายหลายๆช็อต ให้พยายามเคลื่อนกล้องไปมาเป็นระยะๆ ถ้าคุณแค่ตั้งกล้องให้ซูมจากช็อตกว้างๆ เข้าไปยังช็อตที่ซูมใกล้ๆ เต็มๆ เฟรม (เรียกว่า Jump Cut) จะทำให้ขาดความต่อเนื่อง เพื่อให้การตัดต่อเป็นไปอย่างลื่นไหลที่สุด ควรแน่ใจว่าคุณได้เคลื่อนกล้องเวลาที่จะเปลี่ยนการจัดองค์ประกอบภาพ หรือถ้าจะเปลี่ยนช็อตละก็ ให้คุณย้ายกล้องไปยังตำแหน่งใหม่ได้เลย อย่าแค่ซูมเข้า-ออกอยู่กับที่ 

Master Shot ช็อตที่มักถ่ายกันเป็นอันดับแรกก็คือ Master Shot (มาสเตอร์ช็อต) ช็อตประเภทนี้จะทำให้เห็นภาพรวมของสถานที่และตัวแบบในฉากทั้งหมด ถ้าเป็นการจัดฉากขึ้นมาละก็ ฉากทั้งฉากจะถูกถ่ายในเทคเดียว

Wide Shot (WS) หรือ ภาพมุมกว้าง มีประโยชน์เวลาที่จะแสดงให้เห็นตัวแบบ แบบเต็มๆ ถ้าตัวแบบเป็นคน ก็หมายความว่า จะได้เห็นตั้งแต่หัวจรดเท้าซึ่งภาพมุมกว้างนี้อาจจะดูใกล้และเต็มขึ้นมาหน่อยเมื่อเทียบกับมาสเตอร์ ช็อต และใช้เพื่อแสดงตัวแบบ 1 คนหรือมากกว่านั้นแบบตั้งแต่หัวจรดเท้า

Medium Wide Shot (MWS)ปกติจะใช้กับตัวแบบที่ยืนอยู่ โดยทั่วไปขอบเฟรมด้านล่างจะตัดตรงช่วงสะโพกหรือไม่ก็เหนือเข่าของตัวแบบ ช็อตประเภทนี้ทำงานได้ดีกับตัวแบบที่อยู่กันเป็นกลุ่มเล็กๆ แม้ว่าภาพจะยังดูหลวมๆ แต่การจัดองค์ประกอบภาพแบบนี้ก็ดูใกล้ชิดกว่า Wide Shot เพราะสื่อให้เห็นภาษาร่างกายและสีหน้าท่าทางของตัวแบบได้อย่างชัดเจน

Medium Shot (MS)จะจัดเฟรมโดยให้ขอบล่างอยู่ตรงระดับเอวขึ้นไป ปกติจะมีพื้นที่เหลือพอให้เห็นท่าทางของมือและการเคลื่อนไหวของแขน ถ้าในเฟรมมีอยู่หลายตัวแบบก็อาจแบ่งออกเป็น Medium Shot (MS)สัก หรือ ช็อตก็ได้ ซึ่ง Medium Shot (MS)จะให้น้ำหนักตัวแบบกับสถานที่โดยรอบเท่าๆกัน

สำหรับ Medium Close-UP ขอบล่างของเฟรมจะตัดผ่านตรงกลางอกของตัวแบบ ช็อตแบบนี้เรียกอีกอย่างว่า Bust Shot

ส่วนช็อตแบบ Close-Up ใช้เพื่อจับสีหน้าและรายละเอียดอื่นๆของตัวแบบนอกจากนี้ยังใช้เพื่อแสดงถ่วงท่าของมือ เป้าหมายของช็อตแบบนี้อยู่ที่การดึงตัวแบบให้โดดเด่นออกมาหรือลดความสำคัญของฉากหลัง