เราพูดถึงคุณสมบัติของ ISO ไปแล้ว คราวนี้เราจะมาพูดถึงประโยชน์และโทษของการปรับ ISO กันบ้างนะคะ สมมุติว่าเราไปถ่ายภาพกับเพื่อนตอนเย็น ๆ ที่แสงเริ่มจะน้อยแล้ว  เราเปิดรูรับแสงจนกว้างสุดเท่าที่เลนส์เราจะเปิดได้  เอ้า!  สมมุติว่าใช้เลนส์เทพ  f/2.8  ก็แล้วกัน  และเราใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่  1/60  วินาที  ถ้าใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำกว่านี้ถือแล้วกล้องสั่น  ภาพเบลอแน่นอน  ถ่ายออกมาปุ๊บ...มืดทั้งคนทั้งฉากทำยังไงดีล่ะค่ะ  ถึงตอนนี้คุณก็จะมีตัวเลือกอยู่สองทางค่ะ คือ  หนึ่ง...ไปหาขาตั้งกล้องมาตั้งกล้องเอาไว้และลดความเร็วชัตเตอร์ลงเหลือสัก  1  วินาที  รับรองว่าคราวนี้ภาพสว่างขึ้นสมใจแน่นอนคะ  แต่ถ้าคุณไม่มีขาตั้งกล้อง  หรือเกลียดขาตั้งกล้องเข้าไส้ล่ะ  ทำยังไง?

     ทางเลือกสุดท้ายคือเพิ่มค่า  ISO  ขึ้นอีกครับไม่ว่าตอนนั้นคุณจะใช้  ISO  เท่าไหร่อยู่  เพิ่มมันขึ้นไปเลยค่ะ  ถ้าใช้  ISO 100  อยู่ก็เพิ่มเป็น  400  หรือ  800  ซะ  หรือถ้าใช้  ISO 800  ภาพยังมืดอีก  ก็เพิ่มเป็น  1600  ซะเลย  เดี๋ยวนี้กล้องบางตัวเพิ่มได้ถึง  ISO  12800  เชียวนะ  (แต่เอ่อ...ค่าขนาดนั้นเก็บไว้ดูเล่น ๆ เถอะค่ะ)  ลองเพิ่ม  ISO  ดูคะ  แล้วคุณจะพบว่า  คุณจะได้ภาพที่สว่างขึ้นโดยที่ไม่ต้องไปยุ่งกับรูรับแสงหรือความเร็วชัตเตอร์อีกเลย  นั่นก็เพราะว่าการเพิ่มค่า  ISO  จะทำให้กล้องเราไวต่อแสงมากขึ้น   สามารถเก็บแสงได้ดีขึ้นแม้แสงจะน้อยแค่ไหน

โทษของการปรับ  ISO

     พูดถึงข้อดีไปแล้ว  เรามาดูโทษของมันกันบ้าง  คือที่ดิฉันพูดมาตอนแรก  ไม่ใช่ว่าพอแสงน้อยแล้วเอะอะก็ให้เพิ่ม  ISO  ลูกเดียวนะค่ะ  ประเภทพอค่ำมาปุ๊บ  จัดไปที่  ISO  3200  ตลอด  ได้ความเร็วชัตเตอร์สูง  ภาพไม่เบลอก็จริงแต่คุณจะได้จุดรบกวนอันไม่พึงประสงค์  (Noise)  บนภาพแน่นอนคะ  เพราะการเพิ่ม  ISO  สูง ๆ  ก็คือการเร่งวงจรไฟฟ้าให้แรงขึ้น  ดังนั้นสัญญาณรบกวนมันก็จะตามมาค่ะ  ทำให้ภาพเรามีจุดรบกวนเต็มไปหมด  กล้องบางรุ่นมันฉลาดมีการลบจุดรบกวนให้ก็จริง  ผลคือ  Noise  ลดลงคะ  แต่รายละเอียดสีสัน  ความคมของภาพก็จะหายไปด้วยเช่นกัน  ทางที่ดีก็เลือกใช้  ISO  สูง ๆ  กันแต่พอดีเถอะนะค่ะ  เก็บไว้ใช้ยามจำเป็นไม่ใช่ไม่กล้าที่จะใช้เลย  กลัว  Noise  ขึ้นภาพ  แบบนี้ก็เกินไปคะ  ถ้ารู้จักใช้มันดี ๆ  ก็จะทำให้ชีวิตคุณง่ายขึ้นเยอะค่ะ  (หัวข้อนี้คงถูกใจผู้ที่ไม่ชอบพกขาตั้งกล้องทั้งหลายนะค่ะ)