สมัยก่อน  ช่างภาพมือใหม่จะเริ่มต้นหัดถ่ายภาพขาวดำ แล้วจะเปลี่ยนมาถ่ายภาพสีก็ต่อเมื่อชำนาญภาพขาวดำ  ในยุคนั้นห้องมืด  ถือเป็นอุปกรณ์หลักของช่างภาพทั้งมือใหม่ มือสมัครเล่นและมืออาชีพ พอมาถึงยุคการถ่ายภาพสีรุ่งเรือง ทุกสิ่งก็ต่างไป  ช่างภาพจะเริ่มถ่ายภาพสันทีที่เริ่มหัด  ทั้งภาพสีแบบฟิล์มสีเนกาทีฟและฟิล์มสไลด์  โดยมีห้องแล็บหรือร้าน อัด – ล้างฟิล์มไว้บริการ  ความห่างเหินจากห้องมืดก็ยิ่งห่างไกลออกไปทุกที  เมื่อไม่จำเป็นต้องเริ่มด้วยการถ่ายภาพขาวดำแบบเมื่อก่อน  ภาพขาวดำจึงกลายเป็นงานสร้างสรรค์ที่ช่างภาพบางคนหันเหจากภาพสี  แต่กระนั้นหลายคนที่มาถ่ายภาพขาวดำก็ดูจะไม่ประสบความสำเร็จนัก เนื่องจากห้องแล็บที่รับอัด – ล้างทั่วไป  ไม่ได้รองรับกระบวนการอัดภาพขาวดำ  แม้ว่าบางแห่งจะมีห้องแล็บสำหรับอัดภาพขาวดำ แต่ก็ไม่สามารถได้ภาพดังที่คุณต้องการ  เพราะเราไม่อาจควบคุมการล้างและอัดภาพด้วยตัวเอง  ซึ่งตลอดขั้นตอนเหล่านั้นนับว่าเป็นส่วนสำคัญของการถ่ายภาพขาวดำ

ช่างภาพคนใดพอมีงบประมาณ มีสถานที่ ก็ทำห้องมืดขึ้นเอง ( ส่วนใหญ่จะเป็นห้องมืดที่ทำขึ้นที่บ้าน )  จึงมีโอกาสสร้างสรรค์เรียนรู้งานขาวดำตามต้องการ และประสบผลสำเร็จ พอมาถึงยุคสมัยปัจจุบันหรือยุคดิจิตอล  อะไรที่เป็นแบบเดิมๆ โดยเฉพาะห้องมืด  แทบจะตายสนิทเลยทีเดียว  หว่าคงไม่มีใครปฏิเสธว่ากระบวนารถ่ายภาพขาวดำในแบบเก่าๆ  ยังคงเปี่ยมไปด้วยความหมาย  มีคุณค่ามีความพิเศษในตัวของมันเอง  เพราะภาพหนึ่งภาพหรือกว่าจะได้ภาพซักใบ  ต้องอัศยความเข้าใจ ใส่ใจและความตั้งใจเป็นอย่างมาก  สิ่งเหล่านี้จึงแฝงอยู่ในภาพนั้นๆ ทุกขั้นตอนของกระบวนการเดภาพขาวดำดภาพหนึ่ง  จึงอยู่ที่ช่างภาพ  ซึ่งมีความสำคัญเท่าๆกัน โดยแบ่งออกเป็นสามขั้นหลักๆ  

ขั้นแรกคือ “ ค้นหาสภาพแสงที่เหมาะสม”    แน่นอนว่ามันคือด่านแรกเลยทีเดียว โดยผู้ถ่ายภาพจะต้องมีทักษะพื้นฐานการถ่ายภาพเป็นอย่างดี  ในการควบคุมกล้องและบันทึกภาพที่มีสภาพแสงที่เหมาะสมลงบนแผ่นฟิล์ม  

ขั้นต่อมาคือ “ การล้างฟิล์ม”  เมื่อได้ผ่านกระบวนการถ่ายภาพ  ด้วยการค้นหาสภาพแสงหรือโทนที่เหมาะสมต่อภาพขาวดำ  และรวมถึงการสร้างองค์ประกอบ  ขั้นตอนนี่หมายถึง การเกิดโทนบนฟิล์มจะถูกควบคุมและเกิดโทนที่ถูกต้องในขั้นตอนการล้างนี่เอง  ถ้าล้างไม่ดีจะไม่ได้ฟิล์มขาวดำที่ดี ไม่ได้สภาพแสงหรือโทนตามที่กำหนดไว้ตั้งแต่ต้น

ขั้นสุดท้ายคือ “ การอัดขยายภาพ ”   หลังจากเราได้ฟิล์มขาวดำหรือฟิล์มเนกาทีฟแล้ว ก็เข้ามาสู่ขั้นตอนการอัดขยายลงบนกระดาษไวแสงเปลี่ยนภาพจากเนกาทีฟให้เป็นภาพถ่าย   ผ่านเครื่องฉายแสง  ผ่านกระบวนการล้างน้ำยาจนได้ภาพที่มีโทนหรือสภาพแสงที่ถูกต้องและตรงตามความต้องการ