โหมดการถ่ายภาพตามเหตุการณ์คือ  Scene Mode  เป็นโหมดการทำงานที่ช่วยอำนวนความสะดวกต่อผู้ใช้งาน  โดยทำการตั้งค่าการทำงานต่างๆ ตามสถานการณ์นั้นๆ    โดยโหมดการทำงานเหล่านี้อาจไม่ได้มีในกล้องทุกรุ่น  และอาจจะมีประเภทของ Scene Mode มากน้อยแตกต่างกันออกไปอีกด้วย  ( สามารถตรวจสอบรายละเอียดได้จากคู่มือการใช้งานกล้องของท่านเอง )   สำหรับประเภทของ Scence Mode  ที่มักเห็นในกล้องโดยทั่วไปมีดังนี้ครับ

1.   Portrait :   โปรแกรมถ่ายภาพบุคคล  เป็นโปรแกรมสำเร็จรูปสำหรับถ่ายภาพบุคค  โดยมักโฟกัสไปยังกลางเฟรม   และวัดแสงที่ตัวบุคคลเป็นหลัก

2.   Party / Indoor :   โปรแกรมถ่ายภาพในร่ม  กล้องจะเปิดแฟลช   พร้อมกับความเร็วชัดเตอร์ต่ำเพื่อเก็บแสงจากฉากหลังด้วย

3.   Landscape :   โปรแกรมถ่ายภาพทิวทัศน์  จะปิดแฟลชและปรับรูรับแสงให้แคบเพื่อให้มีความชัดเท่ากันทั้งภาพ

4.   Sunset  :   โปรแกรมถ่ายภาพพระอาทิตย์ตก  กล้องจะเปิดหน้ากล้องแคบ  อาจมีการชดเชยแสงทางลบเล็กน้อย  และไม่ใช้แฟลช

5.   Night  Portrait :   โปรแกรมถ่ายภาพบุคคลเวลากลางคืน  กล้องจะใช้แฟลชในโหมด Slow-sync  เพื่อให้ตัวบุคคลสว่าง  และเก็บแสงจากฉากหลังไปพร้อมๆ กันด้วย  ดังนั้นความเร็วชัดเตอร์จะต่ำ

6.   Snow / Beach   :   โปรแกรมถ่ายภาพหาดทราย หรือ หิมะ   ภาพพวกนี้จะมีแสงสะท้อนซึ่งหลอกระบบวัดแสงมาก   กล้องจะปรับค่าคล้ายการถ่ายภาพทิวทัศน์  แต่จะชดเชยแสงทางบวกด้วย

7.   Sport :   โปรแกรมถ่ายภาพกีฬา   สามารถประยุกต์ใช้กับการถ่ายวัตถุ   ที่เคลื่อนที่เร็วให้กลายเป็นภาพหยุดนิ่ง   กล้องจะใช้ความเร็วชัตเตอร์สูงที่สุดเท่าที่ทำได้  ณ  สภาพแสงขยณะนั้น  และไม่ใช้แฟลช

8.   FirwWork   :   โปแกรมถ่ายภาพพลุ  กล้องจะปรับรูรับแสงแคบ   และความเร็วชัตเตอร์มีค่าต่ำมากๆ  เช่น  1  วินาทีขึ้นไป   ดังนั้นจำเป็นต้องใช้ขาตั้งกล้องด้วย

     สุดท้ายนี้ผมจะมาแนะนำกล้องดิจิตอล บางรุ่นครับ  ที่มีปัญหาในเรื่อง Shutter Lag  คือการเกิดหน่วงเวลาเพื่อเตรียมความพร้อมในการทำงานของชัตเตอร์   เวลาทั้งหมดเริ่มตั้งแต่กล้องทำการโฟกัสภาพ  ภาพอัตโนมัติ   วัดแสงหรือปรับค่าต่างๆ  จนกระทั่งกดปุ่มชัตเตอร์แล้วรอให้ชัตเตอร์ทำงาน   กระบวณการนี้หากกินเวลามากอาจทำให้พลาดจังหวะดีๆ ในการถ่ายภาพไปได้ครับ   โดยเฉพาะในกล้องดิจิตอลรุ่นเล็กๆ   มักพบปัญหานี้ได้ง่าย   วิธีแก้ปัญหา  Shutter lag ทำได้ดังนี้ครับ

1. ล๊อคโฟกัสภาพไว้ก่อน  โดยการกดปุ่มชัตเตอร์ลงไปครึ่งทาง  ทำให้กล้องเสียเวลาในการทำงานน้อยลง  เพราะการทำงานไปส่วนปรับโฟกัส  วัดแสงหรืกำหนด  White  Balance  จะถูกทำในตอนล๊อคโฟกัสแล้ว  เมื่อมีการกำปุ่มชัตเตอร์ลงไปเพื่อถ่ายจริง จะทำให้กระบวณการทำงานได้รวดเร็วขึ้น

2. ไม่จำเป็นอย่าใช้แฟลช    แฟลชมีผลทำให้เวลาในการทำงานนานขึ้น   โดยเฉพาะแฟลชที่ติดกับตัวกล้อง   เพราะต้องเสียเวลาในการชาร์จไฟเข้ามาก่อน   ชัตเตอร์จึงจะทำงานได้