แสง  เป็นหัวใจของการถ่ายภาพ   ไม่ว่าจะเป็นภาพประเภทใดก็ตาม ถ้าแสงในภาพไม่สวยภาพที่ถ่ายออกมาก็จะด้านๆ  ไม่สะดุดตา  ดูแล้วไม่ชวนให้หันกลับไปมองอีก   โดยเฉพาะงาน Dramatic  ซึ่งเป็นงานที่ให้ความสำคัญกับเรื่องแสงอย่างมาก   เพราะแสงมีผลต่อสีที่ปรากฏในภาพด้วยครับ  

องค์ประกอบของแสง  มีดังนี้

-    ความเข้มของแสง

-   ความถี่ของแสง / ความยาวคลื่น

-   มุมตกกระทบของแสง

     ทั้งสามอย่างนี้  ส่วนที่มีผลโดยตรงกับสีคือ  ความเข้มของแสงและมุมตกกระทบของแสง  ถ้าตัวใดตัวหนึ่งเปลี่ยนจะมีผลทำให้สีของภาพเปลี่ยนทั้งหมดครับ

     ความเข้มของแสง  (ปริมาณแสง )  มีผลกับสี  :  ในการถ่ายภาพแบบ Dramatic นั้น  ถ้าเราจะถ่ายภาพในตรงกับจินตนาการที่เราคิดไว้  เราต้องรู้ว่าความเข้มของแสงแค่ไหนที่ใส่ลงไปกับ Subject แล้วให้ผลเป็นสีอะไร  เช่น  เวลาถ่ายภาพแนว Life Portrait คนสูงอายุมี texture ของผิวดี  มีผิวหนังเหี่ยวย่น  สีผิวน้ำตาลแก่  นอกจากเราต้องปรับตั้งค่า White Balance เป็นองศาเคลวินแล้ว  แสงก็มีผลต่อการถ่ายภาพด้วย  โดยเราจะต้องถ่ายให้อยู่ในโทนที่อันเดอร์เพื่อให้สีไปจับที่ตัว  Subject  ซึ่งจะส่งผลให้โทนของภาพและสีผิวเข้มขึ้น แต่ถ้า  ความเข้มของแสง  เข้าภาพมากหรือที่พวกเราเรียกกันว่าการถ่ายออกโทนสว่าง  สีที่เราต้องค่าไว้จะทำงานได้ไม่เต็มที่  ส่งผลให้โทนของภาพเปลี่ยนไป สีผิวจากที่เป็นสีน้ำตาลแก่ก็จะกลายเป็นสีน้ำตาลอ่อน  ทำให้เราได้ภาพที่ไม่ตรงกับสิ่งที่คิดไว้  เพราะฉะนั้นในมุมของนักถ่ายภาพทั่วๆไป  ที่คิดว่าโทนสีมาจาก White Balance อย่างเดียวนั้น เป็นความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องทั้งหมดนะครับ  เพราะ ในมุมของ Dramatic   แสงที่เข้าภาพมีผลให้สีของภาพเข้มขึ้นหรืออ่อนลงด้วย

     มุมตกกระทบมีผลกับสี  :   มุมตกกระทบของแสง คือ การสะท้อนแสง  ในการถ่ายภาพแนว  Dramatic มุมตกกระทบของแสงถือเป็นส่วนเทคนิคพิเศษที่สร้างให้ภาพดูน่าสนใจมากขึ้น การถ่ายภาพ Dramatic ในมุมตรกระทบของแสงที่ตตกกระทบกับ Subject  และสะท้อนสีที่ตาของเรามองไม่เห็นออกมาในภาพถ่าย   แต่จะเป็นสีอะไรนั้นขึ้นอยู่กับมุมตกกระทบของวัตถุและระนาบของ CCD ที่ทำมุมกับแสงด้วย   เพราะฉะนั้นเราจะถ่ายภาพแบบ Dramatic ให้ดูน่าสนใจและโดดเน เราต้องสนใจเรื่องมุมตกกระทบของแสงด้วย  ถ้าหากใช้มุมตกกระทบของแสงและให้ระนาบ CCD อยู่ในมุมที่เหมาะสม  เราก็จะเก็บภาพได้ละเอียดและคมชัดถึงขั้นจับภาพไอความขึ้น ได้เลยครับ