CPL Filter

          เมื่อคุณซื้อกล้องหรือเลนส์สักตัว มักจะมีข้อเสนอจากคนขายที่พยายามจะขายพ่วงฟิลเตอร์นานาชนิดให้กับเรา ทำยังกะซื้อน้ำหรือขนม (ในร้านเซเว่น) แล้วพนักงานถามว่าไม่รับไส้กรอก ไปทานด้วยกันเหรอคะ
มือใหม่ส่วนใหญ่จึงมักซื้อฟิลเตอร์ต่าง ๆ มามากมายตามคำยุยงพนักงานขายตัวดี แต่รู้มั้ยคะว่าฟิลเตอร์สำหรับสวมที่หน้าเลนส์นั้นมีหลายประเภท และแต่ละตัวก็มีไว้ใช้งานแตกต่างกันไป ยกตัวอย่างอันแรกเลยที่เราจะพูดถึงก็คือ UV หรือ Protection filter เจ้าตัวนี้จะเป็นกระจกชิ้นใส ๆ หน้าที่ของมันคือช่วยป้องกันรอยขีดข่วนที่จะเกิดขึ้นชิ้นเลนส์นั่นเอง ดังนั้นฟิลเตอร์ตัวนี้จึงเป็นสิ่งที่ “ต้องซื้อ” แน่นอนคะแต่เราแนะนำเลยว่า ให้คุณเลือกซื้อฟิลเตอร์ Protection จะดีกว่าแบบ UV เพราะฟิลเตอร์ UV นั้นถูกผลิตขึ้นมาสำหรับกล้องฟิล์มมากกว่าไม่ค่อยมีประโยชน์สำหรับกล้องฟิล์มมากกว่าไม่ค่อยมีประโยชน์สำหรับกล้องดิจิตอลคะ และควรเลือกฟิลเตอร์คุณภาพดีนะคะ บอกคนขายไปเลยว่าเอาแบบที่มี “มัลติโค้ท” (Multi coated) คือการเคลือบผิวฟิลเตอร์เพื่อกันแสงสะท้อน จะช่วยป้องกันไม่ให้มีแสงหลอก แสงหลอน หรือริ้วรอยแสงแปลก ๆ ขึ้นบนภาพถ่ายของเรา ไม่เอานะคะไอ้เจ้าฟิลเตอร์ราคาถูกอันละร้อยสองร้อย แบบนี้ทำให้ภาพถ่ายที่ได้จากเลนส์แพง ๆ ของเราด้อยคุณภาพลงไปมาก ดูแล้วไม่สมศักดิ์ศรีเลยคะ เลนส์ซื้อมาตัวเป็นหมื่น สวมฟิลเตอร์อันละสองร้อยให้ลงทุนอีกนิดหน่อย (พันนิด ๆ) ซื้อฟิลเตอร์ Protection แบบดี ๆ ไปเลยค่ะ


ต่อมาก็ฟิลเตอร์ยอดนิยมอีกตัวที่คนขายมักเชียร์ให้ซื้อ มือใหม่ก็ซื้อมากันจริงโดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหน้าที่ของมันคืออะไร (คนขายบอกแค่ว่าช่วยให้ภาพสีสดขึ้นโดยเฉพาะท้องฟ้า) ก็คือเจ้าฟิลเตอร์ C-PL (Circular Polarized) นั่นเองจริง ๆ แล้วหน้าที่ของฟิลเตอร์ตัวนี้ก็คือเอาไว้ตัดแสงสะท้อนบนผิวน้ำและช่วยตัดแสงโพลาไรส์ (Polarized) ซึ่งเป็นแสงชนิดหนึ่งที่กระจายอยู่ในอากาศ เมื่อถูกตัดออกไปเราก็จะมองเห็นท้องฟ้าเข้มขึ้น อิ่มขึ้น (ลองนึกถึงตอนเราใส่แว่นกันแดดที่เป็นเลนส์ Polarized ดูสิคะ จะเห็นฟ้าเข้มขึ้น ซึ่งก็เป็นลักษณะเดียวกัน) หากจะซื้อฟิลเตอร์ชนิดนี้มาใช้งานก็ไม่ผิดอะไรคะ เพียงแต่ต้องเลือกยี่ห้อดี ๆ คุณภาพดี ๆ มี “มัลติโค้ท” อีกเช่นเคย จำคำนี้ไว้ดี ๆ นะคะ แน่นอนว่าสนนราคามันก็ย่อมแพงไปด้วย ราคาอยู่ที่ราว ๆ พันถึงสองพันบาท ขึ้นอยู่กับขนาดหน้าเลนส์ที่ใช้ค่ะ อ้อและที่สำคัญ เวลาจะใช้ฟิลเตอร์ C-PL ต้องถอดฟิลเตอร์ UV หรือ Protection ที่สวมอยู่ออกก่อนนะคะ อย่าเอาไปสวมซ้อนกันเชียวล่ะ


ฟิลเตอร์ตัวสุดท้ายที่ผมจะพูดถึง และไม่ค่อยมีใครใช้กันเท่าใดนัก (ส่วนมากที่ใช้จะเป็นช่างภาพทิวทัศน์) ก็คือ ฟิลเตอร์ ND (Neutral Density) หน้าที่ของมันคือช่วยลดปริมาณแสงที่เข้าสู่กล้อง ทำให้เราใช้ความเร็วชัดเตอร์ที่ต่ำกลางแดดเปรี้ยง ๆ ได้ไงล่ะคะ ฟิลเตอร์ตัวนี้ราคาก็แพงเอาเรื่องอยู่เหมือนกันและมันก็ไม่ค่อยจำเป็นอะไรมากนักสำหรับมือใหม่ ดังนั้นยังไม่ต้องซื้อก็ได้ค่ะ


สุดท้ายนี้ผมมีข้อคิดที่จะต้องบอกก่อนที่คุณจะเสียตังค์นะครับว่า ฟิลเตอร์นั้นเราต้องสวมไว้ที่หน้าเลนส์ ดังนั้นต้องซื้อของดี (อีกแล้ว) เช่น พวก B&W, Hoya, Canon, Nikon อย่าไปซื้อฟิลเตอร์ถูก ๆ อันละร้อยสองร้อยมาใช้กับกล้องและเลนส์ดี ๆ ของคุณ มันจะทำลายคุณภาพของอุปกรณ์ให้แย่ลงไปอีกลองคิดดูนะครับคุณซื้อเลนส์อันละเป็นหมื่น ๆ แสดงว่าต้องเป็นเลนส์ที่มีชิ้นแก้วคุณภาพดีมาก แต่เอาฟิลเตอร์อันละไม่กี่ร้อยถูกกว่ามันหลายร้อยเท่ามาปิดหน้าเลนส์ไว้ คุณภาพที่คุณได้จะลดไปขนาดไหน